เน็ตบ้านทรูสำหรับร้านค้าและสำนักงานขนาดเล็ก เลือกแบบไหนดี

อินเทอร์เน็ตถือเป็นส่วนสำคัญของร้านค้าและสำนักงานขนาดเล็ก เพราะต้องใช้กับงานหลายด้าน เช่น รับชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ ติดต่อกับลูกค้า ประชุมออนไลน์ อัปโหลดเอกสาร และเชื่อมต่อกล้องวงจรปิด

การเลือกแพ็กเกจจึงไม่ควรดูแค่ราคาหรือความเร็วดาวน์โหลด แต่ควรพิจารณาจำนวนผู้ใช้งาน รูปแบบธุรกิจ และอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อพร้อมกันด้วย

1. สำรวจจำนวนผู้ใช้งานและอุปกรณ์

เริ่มจากนับจำนวนพนักงาน คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เครื่องรับชำระเงิน เครื่องพิมพ์ และกล้องวงจรปิดที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ร้านขนาดเล็กที่มีผู้ใช้งานไม่มาก อาจเลือกความเร็วระดับกลางได้ แต่สำนักงานที่มีหลายคนใช้งานพร้อมกัน ควรเลือกแพ็กเกจที่มีความเร็วสูงขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาอินเทอร์เน็ตช้าระหว่างทำงาน

2. เลือกความเร็วให้เหมาะกับลักษณะงาน

สำหรับร้านค้าทั่วไปที่ใช้งานรับออเดอร์ แชตกับลูกค้า เปิดเพลง และใช้งานระบบชำระเงิน ความเร็วประมาณ 500 Mbps อาจเพียงพอต่อการใช้งาน

แต่หากมีการประชุมออนไลน์ อัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ ใช้งานระบบคลาวด์ หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก แพ็กเกจระดับ 1 Gbps จะช่วยให้การทำงานลื่นไหลขึ้น ปัจจุบันทรูบิสิเนสมีตัวเลือกสำหรับ SME ทั้งแบบ 500/500 Mbps และ 1 Gbps/1 Gbps โดยรายละเอียดและเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และช่วงโปรโมชั่น

3. ให้ความสำคัญกับความเร็วอัปโหลด

ร้านค้าและสำนักงานไม่ได้ใช้เพียงการดาวน์โหลดข้อมูลเท่านั้น แต่ยังต้องส่งไฟล์ สำรองข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์ ประชุมผ่านวิดีโอ และดูภาพจากกล้องวงจรปิด

แพ็กเกจที่มีความเร็วอัปโหลดสูงหรือใกล้เคียงกับความเร็วดาวน์โหลด จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องรับและส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

4. ตรวจสอบพื้นที่ครอบคลุมของ Wi-Fi

แม้อินเทอร์เน็ตจะมีความเร็วสูง แต่หากวางเราเตอร์ไม่เหมาะสมหรือพื้นที่มีผนังกั้นหลายชั้น สัญญาณอาจไปไม่ทั่วร้านหรือสำนักงาน

ควรวางเราเตอร์ในตำแหน่งกึ่งกลาง หลีกเลี่ยงมุมอับ และพิจารณาอุปกรณ์กระจายสัญญาณเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่กว้าง โดยแพ็กเกจ SME บางรายการของทรูมีสิทธิ์ยืมเราเตอร์ที่รองรับ Wi-Fi 6 ตามเงื่อนไขของบริการ

5. พิจารณาบริการเสริมสำหรับธุรกิจ

ร้านค้าบางแห่งอาจต้องการกล้องวงจรปิด หมายเลขโทรศัพท์สำนักงาน หรือบริการด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติม

ทรูบิสิเนสมีแพ็กเกจ SME บางรายการที่รวมสิทธิประโยชน์ เช่น หมายเลขสำนักงานและกล้องวงจรปิดพร้อมบริการดูย้อนหลัง แต่ควรตรวจสอบรายละเอียด ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาสัญญาก่อนสมัครทุกครั้ง

6. เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ

ร้านค้าขนาดเล็ก
เหมาะกับแพ็กเกจระดับประมาณ 500 Mbps หากใช้งานรับออเดอร์ ระบบชำระเงินออนไลน์ และเชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่มาก

สำนักงานขนาดเล็กที่มีผู้ใช้งานหลายคน
ควรพิจารณาระดับ 1 Gbps โดยเฉพาะเมื่อมีการประชุมออนไลน์ ใช้ระบบคลาวด์ หรือส่งไฟล์ขนาดใหญ่เป็นประจำ

ธุรกิจที่ต้องใช้งานระบบสำคัญตลอดวัน
ควรสอบถามแพ็กเกจธุรกิจที่มีบริการดูแลหลังการขาย ระบบรักษาความปลอดภัย หรือ Fixed IP เพิ่มเติม เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานจริง

สรุป

การเลือกเน็ตบ้านทรูสำหรับร้านค้าหรือสำนักงานขนาดเล็ก ควรพิจารณาทั้งจำนวนผู้ใช้งาน ความเร็วในการดาวน์โหลดและอัปโหลด พื้นที่กระจายสัญญาณ รวมถึงบริการเสริมที่ธุรกิจต้องใช้

หากเป็นร้านขนาดเล็กและใช้งานทั่วไป ความเร็วระดับ 500 Mbps อาจเพียงพอ แต่หากมีผู้ใช้งานหลายคน ใช้ระบบคลาวด์ หรือประชุมออนไลน์เป็นประจำ แพ็กเกจระดับ 1 Gbps จะรองรับการทำงานได้ดีกว่า ทั้งนี้ควรตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ ราคา โปรโมชั่น และเงื่อนไขสัญญาล่าสุดก่อนสมัคร

สามารถติดต่อสอบถามได้ทุกเมื่อครับ! www.truefiberfamily.com